ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 กุมภาพันธ์ 2565สามารถคลิกลิงค์เพื่อชมพระธรรมเทศนาในวันดังกล่าวได้ที่ https://youtu.be/LU6HBYMz-n0"หลวงพ่อเคยทำงานที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่นานนักหนาหลายสิบปีมาแล้ว เข้าไปทำงานใหม่ๆ มีหัวหน้ากอง หัวหน้ากองท่านนี้ต่อมา ท่านก็เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงคนหนึ่ง หัวหน้ากองสอนหลวงพ่อ สอนดี บอกเราจะแก้ปัญหาทั้งหลาย อย่าลืมหลักของอริยสัจ 4 แก้ปัญหาของบ้านเมือง กำหนดนโยบายแก้ปัญหาอะไรต่างๆ บอกอย่าทิ้งหลักของอริยสัจ ขั้นแรกต้องศึกษาก่อน เก็บข้อมูลให้ได้ก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ปัญหามันเป็นอย่างไร ต้องรู้ว่าปัญหามันเป็นอย่างไรก่อน อันนี้ก็คือการรู้ทุกข์นั่นเอง ถัดจากนั้นต้องวิเคราะห์ให้ออก ศึกษาให้ออกให้ได้เลยว่าสาเหตุของปัญหามันอยู่ที่ไหน ตัวสาเหตุของปัญหาก็คือตัวสาเหตุของทุกข์ เปรียบเทียบกัน คือตัวสมุทัยนั่นเอง เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว เราจะแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่แก้ที่ตัวปัญหา แต่เราต้องแก้ที่เหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ก็คือละที่ตัวสมุทัย ไม่ใช่ละที่ตัวทุกข์ ท่านผู้นี้ท่านเก่งจริง ท่านมองทะลุปรุโปร่งได้ หลวงพ่อได้ครูดีหลายท่าน ท่านนี้เป็นครูดีคนหนึ่ง ตอนนี้คงอายุร่วม 90 แล้ว
พอเราจะแก้ที่ต้นเหตุคือแก้ที่ตัวสมุทัย จะละที่ตัวสมุทัย เราก็ต้องมาดู ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ ในการแก้ปัญหาของเราคืออะไร คือต้องทำลายปัญหาให้หมดไป หรือยังทำไม่ได้ก็ทำให้มันเบาบางลง กำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดเป้าหมายในการแก้ปัญหา ท่านเทียบบอกนี่คือตัวนิโรธ ถัดจากนั้นเราก็ต้องมาดู เรารู้สาเหตุแล้ว จะแก้ปัญหานี้ ต้องแก้ที่สาเหตุ เรามีทรัพยากรอะไรที่จะใช้ในการแก้ปัญหา หรือเรามีข้อจำกัดอะไรในการแก้ปัญหา ตรงเครื่องมือในการแก้ปัญหานี้ล่ะคือตัวมรรค เรียนรู้ลงไป เครื่องมือตัวไหนยังไม่มีก็สร้างขึ้นมา เครื่องมือตัวไหนมีแล้วก็รักษาไว้ไม่ให้เสื่อมไป อย่างเวลาเราภาวนา ถ้าเราไม่มีสติ เราก็ต้องพัฒนาสติ ไม่มีสัมมาสมาธิ เราก็ต้องพัฒนาสัมมาสมาธิ หรือเราไม่มีทฤษฎีชี้นำที่ถูกต้อง เรียกว่าไม่มีสัมมาทิฏฐิ ก็ต้องศึกษา ศึกษาจากพระไตรปิฎกจากอะไรนี่ ให้ได้สัมมาทิฏฐิในเบื้องต้น เป็นทฤษฎีชี้นำว่าเราจะพ้นทุกข์ได้อย่างไร นี่คือตัวสัมมาทิฏฐิในเบื้องต้น ฉะนั้นไม่ว่าเราจะแก้ปัญหาทางโลก หรือเราจะแก้ปัญหาทุกข์ทางจิตใจของเรา หลักมันก็ตรงกันนั่นล่ะ เพราะสัจจะความจริงก็ต้องเป็นความจริงในทุกที่ทุกเวลา ไม่ใช่เป็นความจริงเฉพาะในวัด ไปแก้ปัญหาชีวิตจริงทำไม่ได้ อันนั้นด้อยเกินไป ศาสนาพุทธไม่ได้ด้อยอย่างนั้น ที่หลวงพ่อสอนพวกเราซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็สอนอยู่ในเรื่องของอริยสัจนั่นเอง"
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น
ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 13 กุมภาพันธ์ 2565
ตอบลบสามารถคลิกลิงค์เพื่อชมพระธรรมเทศนาในวันดังกล่าวได้ที่ https://youtu.be/LU6HBYMz-n0
"หลวงพ่อเคยทำงานที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่นานนักหนาหลายสิบปีมาแล้ว เข้าไปทำงานใหม่ๆ มีหัวหน้ากอง หัวหน้ากองท่านนี้ต่อมา ท่านก็เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงคนหนึ่ง หัวหน้ากองสอนหลวงพ่อ สอนดี บอกเราจะแก้ปัญหาทั้งหลาย อย่าลืมหลักของอริยสัจ 4 แก้ปัญหาของบ้านเมือง กำหนดนโยบายแก้ปัญหาอะไรต่างๆ บอกอย่าทิ้งหลักของอริยสัจ
ขั้นแรกต้องศึกษาก่อน เก็บข้อมูลให้ได้ก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ปัญหามันเป็นอย่างไร ต้องรู้ว่าปัญหามันเป็นอย่างไรก่อน อันนี้ก็คือการรู้ทุกข์นั่นเอง ถัดจากนั้นต้องวิเคราะห์ให้ออก ศึกษาให้ออกให้ได้เลยว่าสาเหตุของปัญหามันอยู่ที่ไหน ตัวสาเหตุของปัญหาก็คือตัวสาเหตุของทุกข์ เปรียบเทียบกัน คือตัวสมุทัยนั่นเอง เมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว เราจะแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่แก้ที่ตัวปัญหา แต่เราต้องแก้ที่เหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ก็คือละที่ตัวสมุทัย ไม่ใช่ละที่ตัวทุกข์ ท่านผู้นี้ท่านเก่งจริง ท่านมองทะลุปรุโปร่งได้ หลวงพ่อได้ครูดีหลายท่าน ท่านนี้เป็นครูดีคนหนึ่ง ตอนนี้คงอายุร่วม 90 แล้ว
พอเราจะแก้ที่ต้นเหตุคือแก้ที่ตัวสมุทัย จะละที่ตัวสมุทัย เราก็ต้องมาดู ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ ในการแก้ปัญหาของเราคืออะไร คือต้องทำลายปัญหาให้หมดไป หรือยังทำไม่ได้ก็ทำให้มันเบาบางลง กำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดเป้าหมายในการแก้ปัญหา ท่านเทียบบอกนี่คือตัวนิโรธ ถัดจากนั้นเราก็ต้องมาดู เรารู้สาเหตุแล้ว จะแก้ปัญหานี้ ต้องแก้ที่สาเหตุ เรามีทรัพยากรอะไรที่จะใช้ในการแก้ปัญหา หรือเรามีข้อจำกัดอะไรในการแก้ปัญหา ตรงเครื่องมือในการแก้ปัญหานี้ล่ะคือตัวมรรค เรียนรู้ลงไป เครื่องมือตัวไหนยังไม่มีก็สร้างขึ้นมา เครื่องมือตัวไหนมีแล้วก็รักษาไว้ไม่ให้เสื่อมไป
ตอบลบอย่างเวลาเราภาวนา ถ้าเราไม่มีสติ เราก็ต้องพัฒนาสติ ไม่มีสัมมาสมาธิ เราก็ต้องพัฒนาสัมมาสมาธิ หรือเราไม่มีทฤษฎีชี้นำที่ถูกต้อง เรียกว่าไม่มีสัมมาทิฏฐิ ก็ต้องศึกษา ศึกษาจากพระไตรปิฎกจากอะไรนี่ ให้ได้สัมมาทิฏฐิในเบื้องต้น เป็นทฤษฎีชี้นำว่าเราจะพ้นทุกข์ได้อย่างไร นี่คือตัวสัมมาทิฏฐิในเบื้องต้น ฉะนั้นไม่ว่าเราจะแก้ปัญหาทางโลก หรือเราจะแก้ปัญหาทุกข์ทางจิตใจของเรา หลักมันก็ตรงกันนั่นล่ะ เพราะสัจจะความจริงก็ต้องเป็นความจริงในทุกที่ทุกเวลา ไม่ใช่เป็นความจริงเฉพาะในวัด ไปแก้ปัญหาชีวิตจริงทำไม่ได้ อันนั้นด้อยเกินไป ศาสนาพุทธไม่ได้ด้อยอย่างนั้น ที่หลวงพ่อสอนพวกเราซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็สอนอยู่ในเรื่องของอริยสัจนั่นเอง"